มีคำตอบ! อัพ iOS 14 ยังไง มีอะไรใหม่ เตรียมอะไรบ้าง

มีคำตอบ! ทำไมอัพ iOS 14 ไม่ได้? จะทำได้ตอนไหน อย่างไร

ในงาน WWDC 2020 ที่ผ่านมา Apple ก็ได้เปิดตัว iOS 14 หลายคนคงได้เห็นจากตามแหล่งข่าวต่างๆแล้วว่าฟีเจอร์ใหม่ๆ มีอะไรบ้าง และสามารถทำอะไรได้ แต่สงสัยว่าทำไมของตัวเองไม่มีให้ดาวน์โหลด

สำหรับฟีเจอร์ใหม่ใหม่ใน iOS 14 สามารถคลิกอ่านตรงนี้ได้เลย 

iOS 14

เมื่อเวอร์ชั่น BETA

จริงๆการจัดงานนี้ของ Apple เป็นการจัดงานให้สำหรับนักพัฒนา (Developer) เพื่อนำไปพัฒนาแอพพลิเคชั่นก่อนที่เราจะได้ใช้จริง ในเดือนกันยายน

แต่ใครที่จะดาวน์โหลดก็ควรรู้ไว้ก่อนว่ามันเป็นแค่เวอร์ชั่นทดลองหรือเบต้า ดังนั้นอาจจะมีข้อผิดพลาด (bug) หรือความไม่เสถียรของระบบ ก็ต้องรับให้ได้ (ไม่แน่นำให้อัพเกรดเครื่องที่ใช้เป็นหลักอยู่ปัจจุบัน)

ส่วนอีกเวอร์ชั่นหน่ึงก็คือ iOS 14 public beta ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ได้ให้บุคคลทั่วไปได้ลองใช้ และได้ส่งฟีดแบคกลับไปให้แอปเปิลได้แก้ไข ก่อนที่จะให้เราทุกคนได้ใช้จริงๆก็ประมาณปลายปี ช่วงเดียวกับที่ iPhone รุ่นใหม่ออกนั่นเอง

iOS 14 มาแล้ว

แต่ในช่วงนี้แอปเปิ้ลได้ปล่อย iOS 14 ออกมาให้อัพเดทกันแล้ว โดยวิธีการก็แค่เข้าไป การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > รายการอัพเดทซอฟต์แวร์ (Software Update) >  แตะ ดาวน์โหลดและติดตั้ง (Download & Install)

แต่ถ้าหากใครจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ก็สามารถเปิดการอัพเดทอัตโนมัติ ให้ไปที่การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัพเดทซอฟต์แวร์ > รายการอัพเดทอัตโนมัติ จากนั้นเปิด “ติดตั้งการอัพเดท iOS” อุปกรณ์ของคุณจะอัพเดทเป็น iOS หรือ iPadOS เวอร์ชั่นล่าสุดโดยอัตโนมัติ ในช่วงกลางคืนตอนนอน โดยต้องโหลด software มาไว้ก่อน

จากนั้นก็กดยอมรับเงื่อนไขตามที่ Apple กำหนด แล้วก็รอเวลาประมาณ 20 นาที เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ แต่อย่าลืมว่าต้องอยู่ในพื้นที่ที่มี Wi-Fi ที่มีความเร็วพอสมควรเพื่อให้การอัพเดทเป็นไปอย่างราบลื่น

สำหรับฟีเจอร์ใหม่ใหม่ใน iOS 14 สามารถคลิกอ่านตรงนี้ได้เลย 

iOS 14

ก่อนอัพเดต iOS 14

ใครที่ยังอ่านไม่จบอย่าพึ่งออกจากบทความนี้ ที่สำคัญก่อนจะอัพ iOS ก็คือ การ Back Up หรือสำรองข้อมูลให้เรียบร้อย โดยสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการแบคอัพโดย iCloud ในโทรศัพท์ของเรา , การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ที่มี iTunes เพื่อสำรองข้อมูลโดยใช้ฮาร์ดดิสก์ของคอมพิมเตอร์นั้นนั้น

โดยเพื่อความปลอดภัยควรตรวจสอบแอพต่างๆในเครื่องว่ามีฟีเจอร์ที่สามารถแบคอัพข้อมูลแอพนั้น เช่น Line , Goodnotes เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลหายหลังจากการอัพเดท

นอกจากนี้ควรเช็คพื้นที่ในเครื่องให้มีประมาณ 5 GB ลบแอพหรือเกมที่ไม่จำเป็นออกก่อนแล้วถึงดาวน์โหลดทีหลังจากอัพเดทเสร็จแล้ว เนื่องจากการลงข้อมูลระบบปฏิบัติการอาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้ หากพื้นที่ในการจัดการใม่เพียงพอ

วิธีสำรองข้อมูลด้วย iCloud

  1. เช็คสัญญาณ Wi-Fi
  2. เข้าไปที่การตั้งค่า > เลื่อนไปด้านบนสุด เข้าไปในชื่อตัวเอง แล้วแตะ iCloud
  3. แตะข้อมูลสำรอง iCloud
  4. แตะสำรองข้อมูลตอนนี้ เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ของคุณจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น

ถ้าการ Back Up เสร็จเรียบร้อย ให้เข้าไปเช็คที่การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud > ข้อมูลสำรอง iCloud ใต้ “สำรองข้อมูลตอนนี้” ก็จะเห็นวันที่และเวลาที่คุณสำรองข้อมูลล่าสุด

ในการใช้วิธีนี้ได้จำเป็นจะต้องมีพื้นที่เก็บข้อมูลใน iCloud มากกว่าพื้นที่ในโทรศัพท์เรา ซึ่งในแบบฟรีแอปเปิ้ลจะให้มาแค่ 5 GB ดังนั้นใครที่ไม่อยากเสียตังค์เพิ่มเพื่อจ่ายค่า package ที่สูงแล้วได้ที่เก็บข้อมูลมากกว่า ก็อาจจะต้องเปลี่ยนวิธีมาเป็นการสำรองข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์

วิธีสำรองข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ของคุณ

  1. ต่ออุปกรณ์ของคุณเข้ากับคอมพิวเตอร์ บนเครื่อง Mac ที่มี macOS Catalina 10.15 ให้เปิด Finder สำหรับ Mac ที่มี macOS Mojave 10.14 หรือก่อนหน้า หรือสำหรับ PC ให้เปิด iTunes
  2. หาชื่อโทรศัพท์ของเราว่ามีบนหน้าจอไหม
  3. พอกดที่ไอคอนโทรศัพท์ของเราก็เลือก  “สำรองข้อมูลตอนนี้”

  4. เมื่อกระบวนการสิ้นสุดลง คุณสามารถดูว่าระบบสำรองข้อมูลสำเร็จหรือไม่

อย่าลืมรหัสของโทรศัพท์ ควรเก็บหรือจดไว้ไม่ให้ลืม

ฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน iOS 14 มีอะไรบ้าง

App Library

IOS 14 ได้เพิ่มหมวดใหม่ในการดูแอพพลิเคชั่นซึ่งจะจัดระเบียบให้อย่างเรียบร้อยในชื่อ App Library ซึ่งมีหน้าที่เก็บแอพทั้งหมดโดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องให้ทุกแอพพลิเคชั่นโผล่ในหน้าโฮมของเรา และสามารถหาแอพได้ง่ายยิ่งขึ้น

iMessage

จัดรูปแบบการดีไซน์แอพพลิเคชั่นแชท iMessage ให้สามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจริงๆส่วนใหญ่คนไทยที่ใช้ LINE ก็มีฟีเจอร์พวกนี้อยู่แล้ว ตั้งนั้นอาจจะไม่รู้สึกว่าเป็นอะไรใหม่

อัพ iOS 14

Widget

เป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งใน iOS 14 ที่แอนดรอยด์ทำมานานแล้วแต่แอปเปิลก็พัฒนาให้แตกต่างและดียิ่งขึ้น โดยสามารถเพิ่ม Widget ลักษณะคล้ายป้ายบอกข้อความของแอพพลิเคชั่นที่สามารถวางไว้ที่หน้าหลักของโทรศัพท์เราได้ เพื่อให้เข้าถึงหรือดูข้อมูลต่างๆได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น

อัพ iOS 14

Picture in Picture

ฟีเจอร์ที่ทำให้ iPhone สามารถเล่นวิดีโอในขณะที่เราเล่นแอพพลิเคชั่นอื่นไปพร้อมกันได้ โดยจะแสดงผลเป็นกรอบวิดีโอขนาดเล็ก

Apps Clip

ลักษณะคล้ายกับแอพพลิเคชั่นขนาดเล็กที่จะโผล่มา เวลาเราไปสถานที่ต่างๆที่มีป้ายของ Apple โดยสามารถใช้งานได้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเปิดแอพ

iOS 14

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ฟีเจอร์คร่าวๆใน iOS 14 apple ยังอัพเดทถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของแอพพลิเคชั่น ทั้งการอนุญาตให้เข้าถึงรูป หรือการอนุญาตให้เข้าถึงสถานที่ที่เราอยู่โดยใช้ GPS

ในด้านการใช้งานจริงหลายคนอาจจะมีปัญหาแบตเตอรี่ไหล ลดลงเร็วเกินไป หรือเครื่องร้อนบ้าง ทั้งหมดนี้อาจเกิดขึ้นได้สำหรับบางเครื่องตามการใช้งานของแต่ละคน ตั้งนั้นแนะนำให้ไม่ต้องกังวลมากถ้าไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่เกินไป

อุปกรณ์ที่รองรับ

iPhone, iPod touch รุ่นที่รองรับ iOS 14

  • iPhone 11
  • iPhone 11 Pro
  • iPhone 11 Pro Max
  • iPhone XS
  • iPhone XS Max
  • iPhone XR
  • iPhone X
  • iPhone 8
  • iPhone 8 Plus
  • iPhone 7
  • iPhone 7 Plus
  • iPhone 6s
  • iPhone 6s Plus
  • iPhone SE (รุ่นที่ 1)
  • iPhone SE (รุ่นที่ 2)
  • iPod touch (รุ่นที่ 7)

iPad รุ่นที่รองรับ iPadOS 14

  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 4)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 2)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 3)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 1)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 2)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 1)
  • iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว
  • iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้ว
  • iPad (รุ่นที่ 8)
  • iPad (รุ่นที่ 7)
  • iPad (รุ่นที่ 6)
  • iPad (รุ่นที่ 5)
  • iPad mini (รุ่นที่ 5)
  • iPad mini 4
  • iPad Air (รุ่นที่ 4)
  • iPad Air (รุ่นที่ 3)
  • iPad Air 2

ที่มา Apple

Leave A Comment