รีวิว IPad Air 3 ! | สรุปสั้นๆ มีอะไรดี น่าซื้อไหม

รีวิว IPad Air 3 ! | สรุปสั้นๆ ไอแพดที่คนนิยมที่สุด

ถ้าจะพูดถึง iPad ที่คนนิยมใช้ที่สุดก็คง iPad Air 3 คงไม่ได้ เปิดตัวเมื่อต้นปี 2017 เพราะทั้งสเปคและราคา ก็สมเหตุสมผลพอที่จะเป็น iPad ที่ทางนักเรียนนักศึกษาหรือคนวัยทำงานทั่วไปนิยมใช้กันมาก บทความนี้ผมจะพาไป รีวิว iPad Air 2019 หรือ iPad Air 3 กันครับ

รีวิว ipad air 3

Design

เริ่มที่ดีไซน์ของ iPad Air 3 คล้ายกับ iPad Pro ขนาด 10.5 ที่เปิดตัวเมื่อปี 2017  แต่ต่างกันที่ว่ามีลำโพงสองตัวแทนที่จะมีสี่เหมือนรุ่นโปร แต่อัพสเปคชิพเป็น A12 ตัวเดียวกับ iPhone XS ซึ่งแรงเป็นอันดับต้นต้นของวงการแทปเล็ตแล้วสมาร์ทโฟน  วนกลับมาพูดถึงตัวเครื่อง ที่มีหน้าจอขนาด 10.5 นิ้ว ซึ่งมีขนาดใหญ่เหมาะสำหรับใครที่ ต้องใช้งานหน้าจอ ทั้งการจด การพิมพ์งานหรือ การดูสื่อต่างๆ แต่ตัวเครื่องมีขนาดบางฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำหนักเลย

ซึ่งฉบับ iPad Air 3 ก็ยังคงดีไซน์แบบใช้ปุ่มโฮม ไม่ได้เป็นจอไร้ขอบเหมือนรุ่นโปรหรือ iPhone X ขึ้นไป

ได้สเปคเกินไปแล้วว่าเป็นชิพตัวเดียวกับ iPhone XS ซึ่งแทบจะแรงที่สุดในตลาด แล้วถ้าเทียบกับ ไลน์ iPad ทั้งหมด ก็เป็นรองเพียงแค่ iPad Pro เท่านั้น (ก็แหง ราคาต่างกันขนาดนั้น) 

 

Performance

โดยคะแนน Single-Core อยู่ที่ 1112 และ Multi-Core Score 2870 ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องกราฟฟิค เกม วาดรูป ใช้ในการทำเตรียมพรีเซ้นท์ พิมพ์งานใน word หรือว่าการดูหนังดู YouTube เลย ในการทำงานหนักหนักเช่น ว่าลีเยอะมากๆหรือตัดต่อเยอะๆ ก็อาจจะมีกระตุกบ้างแต่โดยรวมในราคาประมาณ 20,000 ถือว่าเป็นแท็ปเล็ตที่คุ้มมากๆ

 ]

Camera

เรื่องของกล้องที่บางคนอาจจะไม่ค่อยได้ใช้ iPad ในการถ่ายรูปสักเท่าไหร่ แต่ Apple ก็ให้กล้องหลัง 8 MP และกล้องหน้า 7 MP ช่วยทำไม่กล้าวีดีโอคอลหรือการทำงานออนไลน์ที่ต้องเห็นหน้าด้วยการเช็คล่วงหน้าก็จะมีภาพที่ชัดมากขึ้น

 

Keyboard และ Apple Pencil

และความสามารถของ iPadOS 14 ระบบซอฟต์แวร์ของตัวเครื่องที่สามารถเปลี่ยนให้ iPad ทำงานได้คล้ายคอมพิวเตอร์มากขึ้น และสามารถใช้กับคีย์บอร์ดและ Apple Pencil ได้ ทำให้ใครที่ ต้องการใช้ iPad เพื่อการวาดรูป นักเรียนนักศึกษาใช้ในงานจดเล็กเช่อร์ จนคนถึงเป็นคนทำงานทั่วไปที่ไม่อยากพกคอมพิวเตอร์หนักๆ

สำหรับ Smart Keyboard ของแอปเปิ้ลถ้าใครที่ได้ไปลองกดที่ iStidio แล้วไม่ชอบความรู้สึกของแป้นพิมพ์ ก็สามารถหาซื้อคีย์บอร์ดบลูทูธได้ตามร้านค้าไอที ซึ่งราคาก็อยู่ที่ 5290 บาท ซึ่งก็ราคาสูงพอควร 

ในด้าน Apple Pencil อุปกรณ์เสริมที่ทำเรื่องแต่การวาดรูปซึ่งรับน้ำหนักได้ต่างๆมาดินสอจริงๆ หรือว่าจะใช้ในงานจดเล็กเช่อร์ ก็ทำได้ดีมากเช่นกัน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ แอพจดโน้ตที่ควรมีใน iPad

 

เรื่องแบตเตอรี่ โดยปกติของ iPad จะใช้งานทั่วไปได้ประมาณ 10 ชั่วโมงตามที่ Apple เคลม ซึ่งก็อาจจะใช้งานได้มากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ตามการใช้งานของแต่ละคน แต่ส่วนตัวผม ก็มีแบตเหลืออยู่ถึงตอนกลางคืนให้ชาร์จ พร้อมสำหรับวันต่อไป

รีวิว iPad air 3

สรุป

iPad Air 3 เป็นรุ่นตรงกลางระหว่าง iPad เจนเจ็ดและ iPad Pro ซึ่งราคาอยู่ที่

iPad Air 3 Wi-Fi

  • 64GB ราคา 17,900 บาท
  • 256GB ราคา 22,900 บาท

iPad Air 3 Wi-Fi + Cellular

  • 64GB ราคา 22,400 บาท
  • 256GB ราคา 27,400 บาท

อุปกรณ์เสริม

  • Apple Pencil 1 ราคา 3,400 บาท
  • Apple Smart Keyboard ราคา 5,290 บาท

Apple พยายามจัด iPad Air ให้อยู่ในระดับผู้ใช้งานระดับกลาง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้ iPad แต่ไม่ได้ต้องใช้งานประสิทธิภาพหนักขนาดใช้ iPad Pro ใช้ในงานทั่วไปอาจจะใช้เรียนหรือทำงานเล็กๆน้อยๆ

ใครที่คิดว่าตัวเองไม่ได้ต้องการใช้งานและจ่ายในราคาที่สูงกว่าถึงระดับ iPad Pro หรือต้องการใช้งานที่จริงจังและประสิทธิภาพดีกว่ารุ่น iPad gen 7 10.2” ในงบที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองรุ่นนี้ แนะนำว่า iPad Air 256GB จะคุ้มกับคุ้มที่สุดแน่นอนครับ

มีข่าวลือมาว่าปลายปีอาจจะมีเปิดตัว iPad Air 4 ดังนั้นใครทนรอไหว ก็แนะนำให้รอดีกว่าครับ

ที่มา Apple

Leave A Comment